ตามหาผู้ช่วย “อาหารทอด” เพื่อห่างไกลโรคภัยจากน้ำมันทอด

สำหรับใครที่ชอบทานอาหารทอดๆ มันๆ เรียกว่า “เมนูทอด” เป็นเมนูประจำที่ขาดไม่ได้ เห็นทีต้องรีบรู้ รีบอ่านด่วน!! เพราะอย่างที่ทราบกันดีว่า อาหารทอด หากทานมากๆ มีโอกาสเกิดโรคอ้วน และโรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด ในหัวใจ รวมถึงโรคอื่นๆ ได้…และที่น่ากลัวกว่านั้นก็คือความเสี่ยงเกิด “โรคมะเร็ง” โดยไม่รู้ตัว…. แล้วอย่างนี้ เราผู้บริโภคควรทำอย่างไรหล่ะ…จะให้อด งด ทานของทอดไปเลย ซึ่งก็ทำยากอยู่นะ…ยิ่งน้องๆ หนูๆ คงห้ามยากไปใหญ่… ทำอย่างไร…ให้ทานของทอด แบบไร้ความกังวล ในเมื่อเราไม่สามารถงดทานได้ เราก็ควรทานในปริมาณที่น้อยลง หรือทานไม่บ่อยจนเกินไป เลี่ยงได้ก็ควรเลี่ยง เพราะอาหารประเภทต้ม นึ่ง ปลอดภัยมากกว่าอาหารปิ้ง ย่าง ทอด อย่างแน่นอน….และอีกหนึ่งอย่างที่สำคัญก็คือ…การรู้จักเลือกผลิตภัณฑ์ วัตถุดิบ ที่นำมาทำอาหารทอดที่มีคุณภาพ มีคุณสมบัติ เหมาะกับอาหารทอด และช่วยป้องกัน ลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ โรคมะเร็งได้….หลายคนอาจจะสงสัย แล้วจะมีหรือ น้ำมันที่นำมาทอดอาหาร แต่ไม่เป็นอันตราย? วันนี้เราชาวสุขภาพดี…จึงมีเกร็ดความรู้ดีๆ ที่เกี่ยวกับการปรุงอาหารทอดๆ มาฝากกัน…. เข้าใจ “น้ำมันปรุงอาหาร” ก่อนเลือกใช้กับอาหารทอด โดยจะเริ่มจากความเข้าใจในเรื่องของน้ำมันกันก่อนว่า…น้ำมันที่เหมาะสมกับอาหารทอดๆ ที่เราได้ยินมาคือ “น้ำมันปาล์ม”…

เปลี่ยน 9 พฤติกรรม ก่อน “อสุจิเสื่อม” แบบไม่ทันตั้งตัว

“ภาวะมีบุตรยาก. หรือแต่งงานมาหลายปี ไม่มีบุตรซะที….จากการสำรวจทางการแพทย์พบว่า สาเหตุเกิดได้จากทั้งฝ่ายหญิงและฝ่ายชาย แต่สาเหตุที่เกิดกับฝ่ายชายมี 30-40% เป็นผลมาจากความผิดปกติของสมองส่วนไฮโปทาลามัสและต่อมใต้สมองเกิดความผิดปกติ จนทำให้เกิดการอุดตันในท่อนำอสุจิ และนอกเหนือจากความผิดปกติดังกล่าว ปัจจัยหรือพฤติกรรมรอบข้างก็เป็นสาเหตุด้วยเช่นกัน…และพฤติกรรมที่เสี่ยงเป็นหมัน เสี่ยงอสุจิเสื่อม นั้นมาจาก 9 พฤติกรรมนี้ด้วยเช่นกัน อยากรู้ไปดูกันเลยค่ะ 1. การสูบบุหรี่จัด หรือหากไม่ได้สูบ การสูดเอาควันเข้าไปบ่อยๆ ก็มีผลทำให้ปริมาณและคุณภาพของอสุจิลดลงได้ 2. ดื่มเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์บ่อยๆ เพราะบรรดาเครื่องดื่ม ไม่ว่าจะเหล้า เบียร์ หรือไวน์ ล้วนมีฤทธิ์ในการทำให้อสุจิเกิดความผิดปกติ อาจทำให้ปริมาณลดลง ไม่แข็งแรง หรือเคลื่อนไหวไม่ดี ล้วนทำให้เสี่ยงมีลูกได้ยากขึ้น 50% 3. วางโทรศัพท์มือถือไว้ผิดที่ ผิดที่ในที่นี้คือ คุณผู้ชายส่วนใหญ่ไม่ได้มีกระเป๋าถือเหมือนคุณผู้หญิงทั้งหลาย จึงมักใส่โทรศัพท์มือถือไว้ในกระเป๋ากางเกง หรือแม้แต่การวางโน้ตบุ๊กไว้บนตัก ความร้อนจากอุปกรณ์เหล่านี้จะทำให้การผลิตอสุจิได้น้อยลง ไม่บอกไม่รู้เลยนะเนี๊ยะ… 4. กินอาหารที่ผ่านการปรุงแต่งประจำ  อาหารปรุงแต่งที่กล่าวถึงคือ เบคอน แฮม ไส้กรอก ฯลฯ จากงานวิจัยของต่างประเทศพบว่าอาหารปรุงแต่งมีผลต่อการผลิตอสุจิน้อยลง 5. สารเคมีบางประเภท จำพวก สารตะกั่วจากหม้อที่เชื่อมด้วยตะกั่ว สารไบฟีนอลเอ ที่พบในพลาสติกแข็ง กระป๋องอะลูมิเนียม…

9 พฤติกรรม บั่นทอนสุขภาพการนอน

การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ…เป็นสิ่งจำเป็นมากในชีวิต เพราะสุขภาพการนอน มีผลต่อสุขภาพชีวิต และประสิทธิภาพในการทำงาน ใช้ชีวิตประจำวัน…แต่คุณเคยคิดไหมว่า?….กิจกรรมบางอย่าง บางนิสัยที่เราทำเป็นประจำ กลับบั่นทอนสุขภาพการนอนให้แย่ลง และอาจส่งผลให้ชีวิตของเราสั้นลงด้วยเช่นกัน ฟังแล้วอาจเหมือนขู่ และดูน่ากลัว….งั้นเราไปรู้เหตุผล และพฤติกรรมไม่ควรทำก่อนเข้านอนกันว่า จะมีอะไรบ้าง และส่งผลเสียต่อสุขภาพอย่างไร? 9 สิ่งไม่ควรทำก่อนเข้านอน 1. ไม่อาบน้ำก่อนนอน บางวันคุณอาจจะเพลียมาก อยากรีบนอนพักผ่อน ไม่อยากอาบน้ำ ซึ่งคุณอาจได้นอนเพิ่มขึ้นอีกหลายนาทีก็จริง แต่บอกเลยว่าการนอนโดยไม่อาบน้ำ ทั้งไม่สบายตัว นอนทั้งเชื้อโรค เหงื่อไคล แบคทีเรีย ยังไง๊ ยังไงก็บั่นทอนประสิทธิภาพการนอนอยู่ดี 2. ดื่มน้ำก่อนนอนมากๆ หลายคนทำอย่างนี้เพราะติดนิสัย หรือกลัวร่างกายขาดน้ำตอนกลางคืน แต่รู้ไหมว่านอกจากจะรบกวนการนอนที่ต้องลุกมาปัสสาวะกลางดึกแล้ว หรืออั้นไว้ก็จะมีอาการบวมน้ำได้ บางคนถึงขึ้น ตาบวม มือเท้าบวมอีกด้วย 3. เข้านอนไม่ตรงเวลา ข้อนี้คิดว่าคนส่วนใหญ่ทำกัน เพราะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง ละครบ้างหล่ะ สังสรรค์บ้างหล่ะ หรือติดโซเชียล แชตจนเพลิน ไม่สร้างวินัยในการนอนให้เป็นเวลาก็ส่งผลให้ร่างกายแปรปรวน ปรับสภาพไม่ได้ จนเกิดอาการนอนไม่หลับ หลับไม่สนิท 4. นอนกลางวันเป็นนิสัย ในที่นี้ไม่รวมการงีบแบบสั้นๆ (ไม่เกิน 20 นาที)…

ผลไม้ 7 ชนิด มีดี แก้ท้องผูกได้

ใครจะคิดว่าคนไทยกว่า 24% กำลังมีปัญหาเรื่องท้องผูก…ในเมื่ออาการการกินของเมืองไทยล้วนอุดมสมบูรณ์ มีพืชผัก-ผลไม้ ทุกที่ ทุกฤดู หาซื้อง่ายแสนง่าย ราคาก็มีให้เลือกตั้งแต่ถูกยันแพง…แต่นั่นเป็นเพราะ พฤติกรรมการทานของคนปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไป เมื่อมีให้เลือกมากขึ้น ก็มองข้ามอะไรที่มีประโยชน์ดีๆ ต่อร่างกาย…กลับไปทานอาหาร Junk Food (อาหารขยะ) อาหารย่อยยากกันมากขึ้น ดังนั้น วันนี้เราจะหาทางออกสำหรับผู้มีปัญหาท้องผูกอันเนื่องมาจากการทานที่ไม่สมดุล ด้วยผลไม้แก้ท้องผูก 7 ชนิด…ที่ทานปุ๊ป ต้องเตรียมตัวเข้าห้องน้ำปั๊บ ส่วนจะมีผลไม้ชนิดใดบ้างไปดูกันเลยค่ะ 1. กล้วยน้ำว้า  เพราะในกลัวยน้ำว้ามีสารเพคติน และใยอาหารสูง นอกจากทำให้อิ่มท้องแล้ว ยังช่วยเพิ่มการอาหารในลำไส้ใหญ่ ทำให้ขับถ่ายง่ายอีกด้วย วิธีทานก็เพียงทานกล้วยน้ำว้า 1 ลูก ตามด้วยน้ำอุ่นๆ อีกสักแก้ว แค่นี้ก็รีบแจ้นเข้าห้องน้ำแทบไม่ทันแล้วละค่ะ 2. มะละกอ ผลไม้ราคาถูกหาง่ายที่มีน้ำย่อยในตัว จึงช่วยจัดการกับอาหารที่ย่อยยาก ย่อยไม่หมดให้พร้อมถูกลำเลียงไปยังลำไส้ใหญ่ พร้อมขับถ่ายได้ แต่แนะนำให้ทานมะละกอสุกนะค่ะ 3. ลูกพรุน จากผลิตภัณฑ์หลายตัวที่สกัดมาจากลูกพรุน คงทำให้มั่นใจว่า ลูกพรุนช่วยในเรื่องการขับถ่ายจริงๆ เพราะเจ้าผลไม้ชนิดนี้ช่วยให้อุจจาระที่แข็งนุ่มลงและขับออกมาได้ง่ายขึ้น 4. มะขาม เป็นผลไม้แต่โบราณที่คนรุ่นก่อนๆ นำมาทำประโยชน์ได้สารพัด รวมถึงการทานเป็นยาระบาย แก้ท้องผูกได้อีกด้วย…