สปอร์เห็ดหลินจือ พิชิตมะเร็งร้ายแบบได้ผล

หลายคนอาจยังไม่รู้ว่า “โรคมะเร็ง” เป็นสาเหตุการเสียชีวิตของคนไทยเป็นอันดับต้นๆ โรคมะเร็งคร่าชีวิตคนไทยกว่า 60,000 คนต่อปี และมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น ทั้งจากพฤติกรรมในการใช้ชีวิต สภาพแวดล้อมมลพิษ และกรรรมพันธุ์ที่หลีกเลี่ยงยาก….แต่คุณรู้หรือไม่ว่า….ปัจจุบันมีวิธีป้องกันโรคมะเร็งนี้ได้ หรือแม้แต่ผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้ก็หายได้ หากรู้วิธีรักษาอย่างถูกต้อง….เอาเป็นว่า วันนี้เราจะมารู้จักกับวิธีรักษา-ป้องกัน เจ้า “มะเร็งร้าย” ที่ต่อไปจะไม่ใช่โรคที่น่ากลัวสำหรับเราอีกต่อไป….. หากคุณได้อ่านบทความที่แล้ว เรื่องของสรรพคุณขอราชาสมุนไพรอย่าง “เห็ดหลินจือ” ในตอนที่แล้ว และได้รู้จักกับส่วนของ “สปอร์เห็ดหลินจือ” ที่เรียกว่าเป็นส่วนที่มีปริมาณของสารสำคัญมากกว่า 200 ชนิด และมีความเข้มข้นกว่าส่วนอื่นๆ ของเห็ดมากกว่าถึง 20 เท่า….จึงไม่แปลกใจที่ “สปอร์เห็ดหลินจือ” ได้ถูกนำมาวิจัยและทดลองรักษาโรคมะเร็งจนเป็นผลสำเร็จ….เรามาดูกันดีกว่าว่า เจ้าสปอร์เห็ดหลินจือมีสารชนิดใดบ้างที่สามารถจัดการกับเซลล์มะเร็งร้ายได้อยู่หมัด…. (สปอร์) เห็ดหลินจือมีสรรพคุณรักษามะเร็งได้อย่างไร? เห็ดหลินจือเป็นสมุนไพรที่ถูกนำมาใช้รักษาโรคต่างๆ มากมายรวมถึงโรคมะเร็งด้วย เนื่องจากมีสารสำคัญที่สามารถออกฤทธิ์ทางยาสูงมากกว่า 200 ชนิด เห็ดหลินจือจึงมีประโยชน์ตั้งแต่การช่วยบำรุงร่างกาย ทำให้ร่างกายฟื้นตัวจากอาการเจ็บป่วยได้เร็ว เสริมสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกายให้มีประสิทธิภาพที่ดี และการช่วยปรับสมดุลของร่างกาย รวมทั้งมีสารอาหารที่จำเป็นและร่างกายต้องการ หลายครั้งที่เห็ดหลินจือได้รับการกล่าวถึงให้เป็น “ราชาแห่งสมุนไพร” เลยทีเดียว เห็ดหลินจือมีสรรพคุณช่วยบำบัดและรักษามะเร็งได้เป็นอย่างดี เนื่องจากเห็ดหลินจือเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีเพราะมีสารที่ช่วยให้ร่างกายผลิตสารต้านอนุมูลอิสระให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถจะกำจัดอนุมูลอิสระและลดการเกิดมะเร็งได้สูง นอกจากนี้มีสารสำคัญที่มีความโดดเด่นในด้านการยับยั้งการเกิดมะเร็ง ช่วยให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายแข็งแรงและกำจัดมะเร็งได้ดีมากขึ้น โดยองค์ประกอบหลักของสารสำคัญที่เป็นประโยชน์ในการจัดการมะเร็ง คือ 1.  สารในกลุ่มโพลีแซกคาไรด์ มีฤทธิ์ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง…

“ผมร่วง ผมบาง” จากพฤติกรรม 11 อย่าง ทำโดยไม่รู้ตัว

เชื่อว่า “ปัญหาผมหลุดร่วง ผมบาง” เป็นสิ่งที่ใครก็ไม่อยากให้เกิดขึ้น เพราะนอกจากจะทำให้หัวล้านแล้ว ยังส่งผลให้ขาดความมั่นใจ จะปรับแต่งทรงผมไหน ก็ทำได้ยาก เพราะกลัวสารพัดว่าจะทำให้ผมยิ่งร่วงมากขึ้นหรือเปล่า….และคุณรู้หรือไม่ว่า บางพฤติกรรมที่เราทำเป็นประจำ ทำโดยไม่รู้ตัว ทำด้วยความเคยชิน อาจเป็นผลทำให้เกิดปัญหาผมร่วง ผมบางได้ พฤติกรรมที่ทำร้ายเส้นผม ทำให้เกิดปัญหาผมร่วง ผมบาง คือพฤติกรรมอะไรบ้าง มาดูกันเลยค่ะ “ผมร่วง ผมบาง” เกิดจาก 11 พฤติกรรม ทำโดยไม่รู้ตัวเหล่านี้!! 1. การปล่อยให้เส้นผมและหนังศีรษะสกปรก แม้การสระผมทุกวันจะไม่ดี แต่หากคุณต้องเจอฝุ่น ควันพิษ แล้วหมักหมมโดยไม่สระ นั่นก็เป็นบ่อเกิดของรังแค รูขุมขนอุดตัน จนเป็นสาเหตุของผมร่วงในที่สุด 2. การสระผมด้วยน้ำอุ่นหรือน้ำร้อน เพราะการสระด้วยน้ำอุ่นจะทำให้หนังศีรษะแห้ง รูขุมขนเปิด รากผมอ่อนแอ จนทำให้เกิดการหลุดร่วงง่ายนั่นเอง ดังนั้นควรสระผมด้วยน้ำธรรมดาจึงจะดีที่สุด 3. การหวี หรือทำรุนแรงกับเส้นผมขณะยังเปียก หลายคนอาจใจร้อนรีบหวี รีบเช็ดแรงๆ ขณะที่ผมยังเปียกชื้นอยู่ ซึ่งขอบอกว่า หลังสระผม ผมเปียก เป็นช่วงที่ผมอ่อนแอที่สุด และพร้อมจะหลุดล่วงได้ หากเราเช็ดแรงๆ หรือหวีผมแรงๆ ดังนั้นควรทำอย่างเบามือ และรอให้ผมแห้งสักหน่อยค่อยหวี 4. การอดอาหารเพื่อลดความอ้วน หลายคนที่เกิดปัญหาผมร่วงหลังจากการลดน้ำหนัก อดอาหาร ซึ่งนั่นเป็นเหตุที่ทำให้เกิดภาวะโภชนาการที่ไม่สมบูรณ์ จนนำมาสู่ปัญหาผมร่วง ผมบางไปด้วย 5. การทานอาหารไม่ครบหลักโภชนาการ เพราะบางทีอาการผมร่วง ผมอ่อนแอที่เกิดขึ้น…

พฤติกรรม 10 อย่าง อาจทำ จุดซ่อนเร้น มีกลิ่นนะ

เชื่อว่าสาวๆ หลายๆ คนมีปัญหากับกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ตรง “จุดซ่อนเร้น” ที่นอกจากจะคอยกวนใจทำให้วิตกกังวลแล้ว ยังอาจทำให้ขาดความมั่นใจ กลัวเดินไปไหน ใครก็อาจได้กลิ่นนั้นได้….เพื่อแก้ปัญหาที่นี้ เรามีสาเหตุ หรือที่มาของการเกิดกลิ่นตรงจุดซ่อนเร้น ที่คุณรู้แล้วอาจร้อง อ๋อ…เพราะเหตุนี้เอง ซึ่งเมื่อรู้แล้ว จะได้แก้ที่ต้นเหตุ….ส่วนจะเกิดจากพฤติกรรมใดบ้าง ลองมาดูกันเลย กลิ่นไม่พึงประสงค์ ตรง “จุดซ่อนเร้น” เกิดจาก 10 พฤติกรรมนี้หรือเปล่า? 1. การใช้น้ำยาทำความสะอาดสำหรับจุดซ่อนเร้น บางคนรักสะอาดจนเกินไป ซื้อน้ำยาโน่นนี่เกี่ยวกับการทำความสะอาดจุดซ่อนร้นมาใช้ แต่ขอบอกว่า ไม่จำเป็นเลยเพราะใช้แค่น้ำเปล่าก็เพียงพอแล้ว เพราะในน้ำยารวมถึงสบู่มีสารเคมีและมีการแต่งกลิ่นฉุน ซึ่งจะไปทำลายแบคทีเรียชนิดดีที่คอยดูแลส่วนนั้นให้ลดลง เกิดการติดเชื้อและกลิ่นได้ง่าย 2. การใช้ที่ฉีดก้นตามห้องน้ำสาธารณะ บางครั้งเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่คุณรู้หรือไม่ว่า ที่ฉีดก้นสาธารณะอาจเป็นต้นเหตุทำให้จุดซ่อนเร้นติดเชื้อราได้ 3. การล้างสวนช่องคลอด บางคนคิดว่าเป็นการช่วยให้จุดซ่อนเร้นสะอาดและมีกลิ่นหอมขึ้นแต่กลับผลลัพธ์อาจตรงกันข้ามเพราะอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้มีกลิ่นเหม็นมากขึ้น เพราะเป็นการทำลายแบคทีเรียชนิดดีให้น้อยลง และช่องคลอดยังอาจอักเสบได้ด้วย 4. การโกนขนบริเวณอวัยวะเพศ เพราะขนตรงอวัยวะเพศมีประโยชน์ ช่วยป้องกันไม่ให้กลิ่นจากภายในออกมาสู่ภายนอก และยังช่วยควบคุมอุณหภูมิให้อวัยวะเพศ ป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่ช่องคลอด และลดแรงเสียดสีขณะมีเพศสัมพันธ์ การโกน แวกซ์ ดึง หรือถอนขนจึงเปิดโอกาสให้จุดซ่อนเร้นมีกลิ่นนั่นเอง 5. การใส่กางเกงในที่ไม่สะอาดพอ ทั้งนี้อาจจากการซักไม่สะอาด ผึ่งไม่แห้ง ยิ่งหน้าฝน ไม่เจอแดด ยิ่งมีโอกาสกักเก็บเชื้อโรค เชื้อรา ซึ่งเป็นที่มาของความอับชื้นในร่มผ้า กลิ่นอันไม่พึงประสงค์ ตรงจุดซ่อนเร้นนี่เอง 6. การเช็ดจากหลังมาหน้าหลังการขับถ่าย เพราะการเช็ดเช่นนี้จะทำให้เชื้อโรคจากทวารหนักเข้าสู่ช่องคลอด และอาจหมักหมมจนเป็นสาเหตุให้เกิดกลิ่นคาวคล้ายปลาบูด ดังนั้นการเช็ดทำความสะอาดที่ถูกต้อง คือต้องเช็ดจากหน้าไปหลัง…

“สปอร์เห็ดหลินจือ” สรรพคุณดี ครอบจักรวาล

เชื่อว่าคนส่วนใหญ่รู้จัก “เห็ดหลินจือ” ว่าเป็นหนึ่งในสมุนไพรของแพทย์แผนจีน ที่มีราคาสูง และได้รับความนิยมในกลุ่มคนรักษ์สุขภาพ แต่ที่หลายคนยังไม่รู้ว่า คือ…เหตุผลที่เห็ดหลินจือมีราคาสูง และเป็นที่ต้องการ เพราะ “เห็ดหลินจือ” มีสรรพคุณอันยอดเยี่ยม โดยเฉพาะส่วนของ “สปอร์เห็ดหลินจือ” ส่วนนี้ มีสารสำคัญกว่า 150 ชนิดในปริมาณที่เข้มข้นกว่าส่วนอื่นๆ ของเห็ด ไม่ว่าจะเป็นส่วนของดอก หรือราก สำหรับผู้ที่ยังไม่รู้จัก “สปอร์เห็ดหลินจือ” ว่ามีหน้าตาอย่างไร? มีสรรคุณดีต่อร่างกายแค่ไหน? เรา….อาสาพาคุณไปรู้จักกับ “สปอร์เห็ดหลินจือ” ส่วนนี้สิดี มีสรรพคุณครอบจักรวาล กันเลย “สปอร์เห็ดหลินจือ” คือ? “สปอร์เห็ดหลินจือ” คือส่วนที่ใช้ขยายพันธุ์ เปรียบเหมือนเกสรของดอกไม้นั่นเอง ซึ่งเกาะอยู่ใต้หรือบนผิวบริเวณดอกเห็ด โดยจะถูกสร้างออกมาจากผนังของรูใต้ดอกเห็ด มีขนาดเล็กประมาณ 5-8 ไมครอน ลักษณะของสปอร์เห็ดหลินจือจะคล้ายผงโกโก้ มีสีน้ำตาล รสจืด และมีกลิ่นหอมของเห็ดอ่อนๆ โดยมีผนัง 2 ชั้น ส่วนผนังชั้นนอกของสปอร์เห็ดหลินจือจะเรียบ และผนังชั้นในมีลักษณะยื่นออกคล้ายหนามเกาะกับผนังชั้นนอก สรรคุณเด่นของ “สปอร์เห็ดหลินจือ” ที่คุณไม่ควรมองข้าม “สปอร์เห็ดหลินจือ” มีสารสำคัญและสารอาหารหลากหลายชนิดซึ่งจะมีความเข้มข้นมากกว่าส่วนอื่นของเห็ด ดังนั้น การทานสปอร์เห็ดหลินจือจึงมีประโยชน์ต่อสุขภาพมาก นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติเด่นที่มีความเป็นพิษต่ำ จึงส่งผลให้มีความปลอดภัยต่อร่างกายแม้จะใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน โดยตามตำราแพทย์แผนจีนถือเป็นยาอายุวัฒนะ มีฤทธิ์ช่วยรักษาและป้องกันโรคต่างๆ ได้มากมาย ดังนี้…

เช็ค 10 พฤติกรรมที่ทำให้เจ็บป่วยได้ หลังออกจากห้องน้ำ

แน่นอนว่า ในแต่ละวัน เราจำเป็นต้องเข้าห้องน้ำ แถมวันละหลายๆ ครั้งด้วย…แล้วคุณรู้หรือไม่ว่า คุณมีความเสี่ยงกับเชื้อโรคและอาการเจ็บป่วย ไม่สบายโดยไม่รู้ตัว ชักสงสัยกันแล้วละสิว่า…เสี่ยงอย่างไร งั้นเราไปดูพฤติกรรมแต่ละอย่าง และอ๋อ…กับเหตุผลของแต่ละข้อ ไปพร้อมๆ กันเลย 10 พฤติกรรมหลังออกจากห้องน้ำ…ทำป่วยโดยไม่รู้ตัว 1. พกโทรศัพท์เข้าห้องน้ำด้วย เรียกว่า “บ่อย” ทำประจำ เพราะเวลานั่งชักโครกก็ไม่รู้จะทำอะไรดี มีโทรศัพท์ไว้ดูโน่นนี่ ก็ช่วยให้เพลินๆ ดี แต่เพิ่งรู้นะเนี๊ยะว่า “ความร้อนจากโทรศัพท์” จะเป็นแหล่งเจริญเติบโตของเชื้อโรคหากลอยกระจายมาติด และเชื้อโรคจะติดอยู่บนโทรศัพท์ได้นาน 2-3 วัน…ยี้ เห็นทีต้องขอวางโทรศัพย์ก่อนเข้าห้องน้ำแล้วหล่ะทีนี้…. 2. ลืมล้างมือก่อนออกจากห้องน้ำ ข้อนี้หลายคนคงรู้ดีอยู่แล้วว่า ไม่ว่าจะทำธุระหนักเบา การไม่ล้างมือทำความสะอาดให้เพียงพออย่างน้อย 20 วินาที เพราะเมื่อไปจับสิ่งของหรือสัมผัสกับร่างกายส่วนอื่นอาจมีเชื้อโรคติดไปด้วย จึงเป็นเหตุผลที่ควรล้างมือก่อนออกจากห้องน้ำทุกครั้ง โดยเฉพาะน้องๆ หนูๆ ที่มีเสี่ยงติดเชื้อโรคได้ง่าย 3. เวลากดชักโครกแล้วไม่ปิดฝา หลายคนคงสงสัย เพราะปกติเวลากดชักโครกก็ไม่มีใครปิดฝาหรอก จริงมั้ย? แต่เหตุผลที่เสี่ยงเพราะว่า…การไม่ปิดฝาจะทำให้เชื้อโรคสามารถแพร่กระจายไปได้สูงและไกลถึง 6 ฟุต เมื่อฝาชักโครกเปิดอยู่จึงทำให้เชื้อโรคลอยเข้าสู่ร่างกายทางลมหายใจได้ 4. เก็บแปรงสีฟันไว้ในห้องน้ำ เอ…ข้อนี้คงแก้ยาก เพราะแทบทุกบ้าน…

ตามหาผู้ช่วย “อาหารทอด” เพื่อห่างไกลโรคภัยจากน้ำมันทอด

สำหรับใครที่ชอบทานอาหารทอดๆ มันๆ เรียกว่า “เมนูทอด” เป็นเมนูประจำที่ขาดไม่ได้ เห็นทีต้องรีบรู้ รีบอ่านด่วน!! เพราะอย่างที่ทราบกันดีว่า อาหารทอด หากทานมากๆ มีโอกาสเกิดโรคอ้วน และโรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด ในหัวใจ รวมถึงโรคอื่นๆ ได้…และที่น่ากลัวกว่านั้นก็คือความเสี่ยงเกิด “โรคมะเร็ง” โดยไม่รู้ตัว…. แล้วอย่างนี้ เราผู้บริโภคควรทำอย่างไรหล่ะ…จะให้อด งด ทานของทอดไปเลย ซึ่งก็ทำยากอยู่นะ…ยิ่งน้องๆ หนูๆ คงห้ามยากไปใหญ่… ทำอย่างไร…ให้ทานของทอด แบบไร้ความกังวล ในเมื่อเราไม่สามารถงดทานได้ เราก็ควรทานในปริมาณที่น้อยลง หรือทานไม่บ่อยจนเกินไป เลี่ยงได้ก็ควรเลี่ยง เพราะอาหารประเภทต้ม นึ่ง ปลอดภัยมากกว่าอาหารปิ้ง ย่าง ทอด อย่างแน่นอน….และอีกหนึ่งอย่างที่สำคัญก็คือ…การรู้จักเลือกผลิตภัณฑ์ วัตถุดิบ ที่นำมาทำอาหารทอดที่มีคุณภาพ มีคุณสมบัติ เหมาะกับอาหารทอด และช่วยป้องกัน ลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ โรคมะเร็งได้….หลายคนอาจจะสงสัย แล้วจะมีหรือ น้ำมันที่นำมาทอดอาหาร แต่ไม่เป็นอันตราย? วันนี้เราชาวสุขภาพดี…จึงมีเกร็ดความรู้ดีๆ ที่เกี่ยวกับการปรุงอาหารทอดๆ มาฝากกัน…. เข้าใจ “น้ำมันปรุงอาหาร” ก่อนเลือกใช้กับอาหารทอด โดยจะเริ่มจากความเข้าใจในเรื่องของน้ำมันกันก่อนว่า…น้ำมันที่เหมาะสมกับอาหารทอดๆ ที่เราได้ยินมาคือ “น้ำมันปาล์ม”…

เปลี่ยน 9 พฤติกรรม ก่อน “อสุจิเสื่อม” แบบไม่ทันตั้งตัว

“ภาวะมีบุตรยาก. หรือแต่งงานมาหลายปี ไม่มีบุตรซะที….จากการสำรวจทางการแพทย์พบว่า สาเหตุเกิดได้จากทั้งฝ่ายหญิงและฝ่ายชาย แต่สาเหตุที่เกิดกับฝ่ายชายมี 30-40% เป็นผลมาจากความผิดปกติของสมองส่วนไฮโปทาลามัสและต่อมใต้สมองเกิดความผิดปกติ จนทำให้เกิดการอุดตันในท่อนำอสุจิ และนอกเหนือจากความผิดปกติดังกล่าว ปัจจัยหรือพฤติกรรมรอบข้างก็เป็นสาเหตุด้วยเช่นกัน…และพฤติกรรมที่เสี่ยงเป็นหมัน เสี่ยงอสุจิเสื่อม นั้นมาจาก 9 พฤติกรรมนี้ด้วยเช่นกัน อยากรู้ไปดูกันเลยค่ะ 1. การสูบบุหรี่จัด หรือหากไม่ได้สูบ การสูดเอาควันเข้าไปบ่อยๆ ก็มีผลทำให้ปริมาณและคุณภาพของอสุจิลดลงได้ 2. ดื่มเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์บ่อยๆ เพราะบรรดาเครื่องดื่ม ไม่ว่าจะเหล้า เบียร์ หรือไวน์ ล้วนมีฤทธิ์ในการทำให้อสุจิเกิดความผิดปกติ อาจทำให้ปริมาณลดลง ไม่แข็งแรง หรือเคลื่อนไหวไม่ดี ล้วนทำให้เสี่ยงมีลูกได้ยากขึ้น 50% 3. วางโทรศัพท์มือถือไว้ผิดที่ ผิดที่ในที่นี้คือ คุณผู้ชายส่วนใหญ่ไม่ได้มีกระเป๋าถือเหมือนคุณผู้หญิงทั้งหลาย จึงมักใส่โทรศัพท์มือถือไว้ในกระเป๋ากางเกง หรือแม้แต่การวางโน้ตบุ๊กไว้บนตัก ความร้อนจากอุปกรณ์เหล่านี้จะทำให้การผลิตอสุจิได้น้อยลง ไม่บอกไม่รู้เลยนะเนี๊ยะ… 4. กินอาหารที่ผ่านการปรุงแต่งประจำ  อาหารปรุงแต่งที่กล่าวถึงคือ เบคอน แฮม ไส้กรอก ฯลฯ จากงานวิจัยของต่างประเทศพบว่าอาหารปรุงแต่งมีผลต่อการผลิตอสุจิน้อยลง 5. สารเคมีบางประเภท จำพวก สารตะกั่วจากหม้อที่เชื่อมด้วยตะกั่ว สารไบฟีนอลเอ ที่พบในพลาสติกแข็ง กระป๋องอะลูมิเนียม…

9 พฤติกรรม บั่นทอนสุขภาพการนอน

การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ…เป็นสิ่งจำเป็นมากในชีวิต เพราะสุขภาพการนอน มีผลต่อสุขภาพชีวิต และประสิทธิภาพในการทำงาน ใช้ชีวิตประจำวัน…แต่คุณเคยคิดไหมว่า?….กิจกรรมบางอย่าง บางนิสัยที่เราทำเป็นประจำ กลับบั่นทอนสุขภาพการนอนให้แย่ลง และอาจส่งผลให้ชีวิตของเราสั้นลงด้วยเช่นกัน ฟังแล้วอาจเหมือนขู่ และดูน่ากลัว….งั้นเราไปรู้เหตุผล และพฤติกรรมไม่ควรทำก่อนเข้านอนกันว่า จะมีอะไรบ้าง และส่งผลเสียต่อสุขภาพอย่างไร? 9 สิ่งไม่ควรทำก่อนเข้านอน 1. ไม่อาบน้ำก่อนนอน บางวันคุณอาจจะเพลียมาก อยากรีบนอนพักผ่อน ไม่อยากอาบน้ำ ซึ่งคุณอาจได้นอนเพิ่มขึ้นอีกหลายนาทีก็จริง แต่บอกเลยว่าการนอนโดยไม่อาบน้ำ ทั้งไม่สบายตัว นอนทั้งเชื้อโรค เหงื่อไคล แบคทีเรีย ยังไง๊ ยังไงก็บั่นทอนประสิทธิภาพการนอนอยู่ดี 2. ดื่มน้ำก่อนนอนมากๆ หลายคนทำอย่างนี้เพราะติดนิสัย หรือกลัวร่างกายขาดน้ำตอนกลางคืน แต่รู้ไหมว่านอกจากจะรบกวนการนอนที่ต้องลุกมาปัสสาวะกลางดึกแล้ว หรืออั้นไว้ก็จะมีอาการบวมน้ำได้ บางคนถึงขึ้น ตาบวม มือเท้าบวมอีกด้วย 3. เข้านอนไม่ตรงเวลา ข้อนี้คิดว่าคนส่วนใหญ่ทำกัน เพราะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง ละครบ้างหล่ะ สังสรรค์บ้างหล่ะ หรือติดโซเชียล แชตจนเพลิน ไม่สร้างวินัยในการนอนให้เป็นเวลาก็ส่งผลให้ร่างกายแปรปรวน ปรับสภาพไม่ได้ จนเกิดอาการนอนไม่หลับ หลับไม่สนิท 4. นอนกลางวันเป็นนิสัย ในที่นี้ไม่รวมการงีบแบบสั้นๆ (ไม่เกิน 20 นาที)…

ผลไม้ 7 ชนิด มีดี แก้ท้องผูกได้

ใครจะคิดว่าคนไทยกว่า 24% กำลังมีปัญหาเรื่องท้องผูก…ในเมื่ออาการการกินของเมืองไทยล้วนอุดมสมบูรณ์ มีพืชผัก-ผลไม้ ทุกที่ ทุกฤดู หาซื้อง่ายแสนง่าย ราคาก็มีให้เลือกตั้งแต่ถูกยันแพง…แต่นั่นเป็นเพราะ พฤติกรรมการทานของคนปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไป เมื่อมีให้เลือกมากขึ้น ก็มองข้ามอะไรที่มีประโยชน์ดีๆ ต่อร่างกาย…กลับไปทานอาหาร Junk Food (อาหารขยะ) อาหารย่อยยากกันมากขึ้น ดังนั้น วันนี้เราจะหาทางออกสำหรับผู้มีปัญหาท้องผูกอันเนื่องมาจากการทานที่ไม่สมดุล ด้วยผลไม้แก้ท้องผูก 7 ชนิด…ที่ทานปุ๊ป ต้องเตรียมตัวเข้าห้องน้ำปั๊บ ส่วนจะมีผลไม้ชนิดใดบ้างไปดูกันเลยค่ะ 1. กล้วยน้ำว้า  เพราะในกลัวยน้ำว้ามีสารเพคติน และใยอาหารสูง นอกจากทำให้อิ่มท้องแล้ว ยังช่วยเพิ่มการอาหารในลำไส้ใหญ่ ทำให้ขับถ่ายง่ายอีกด้วย วิธีทานก็เพียงทานกล้วยน้ำว้า 1 ลูก ตามด้วยน้ำอุ่นๆ อีกสักแก้ว แค่นี้ก็รีบแจ้นเข้าห้องน้ำแทบไม่ทันแล้วละค่ะ 2. มะละกอ ผลไม้ราคาถูกหาง่ายที่มีน้ำย่อยในตัว จึงช่วยจัดการกับอาหารที่ย่อยยาก ย่อยไม่หมดให้พร้อมถูกลำเลียงไปยังลำไส้ใหญ่ พร้อมขับถ่ายได้ แต่แนะนำให้ทานมะละกอสุกนะค่ะ 3. ลูกพรุน จากผลิตภัณฑ์หลายตัวที่สกัดมาจากลูกพรุน คงทำให้มั่นใจว่า ลูกพรุนช่วยในเรื่องการขับถ่ายจริงๆ เพราะเจ้าผลไม้ชนิดนี้ช่วยให้อุจจาระที่แข็งนุ่มลงและขับออกมาได้ง่ายขึ้น 4. มะขาม เป็นผลไม้แต่โบราณที่คนรุ่นก่อนๆ นำมาทำประโยชน์ได้สารพัด รวมถึงการทานเป็นยาระบาย แก้ท้องผูกได้อีกด้วย…

Emerald Oil ทางเลือกใหม่แด่คนรักษ์สุขภาพ

สังเกตุว่าสมัยนี้ผู้คนหันมาใส่ใจกับการเลือกใช้น้ำมันในการปรุงอาหารกันมากขึ้น เพราะได้ทราบและเข้าใจแล้วว่าวิธีการปรุงอาหารแต่ละประเภทนั้น จำเป็นต้องเลือกใช้น้ำมันอย่างเหมาะสมด้วย ลำพังแค่เป็นน้ำมันที่ช่วยปรุงอาหารให้สุกได้ อาจไม่เพียงพอแล้ว…และยิ่งสถิติของผู้ป่วยโรคหัวใจ โรคมะเร็งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เลยต้องตะหนักถึงการเลือกกิน เลือกปรุงกันมากขึ้น…แล้วจะมีวิธีเลือกน้ำมันปรุงอาหารอย่างไร ให้ปลอดภัย สุขภาพดี เรามีเคล็ดลับมาบอกค่ะ….. ทำไมต้องเลือก “Emerald Oil” มาเป็นผู้ช่วยปรุงอาหาร? Emerald Oil คือน้ำมันผสมที่ถูกพัฒนาขึ้นโดยการปรับสมดุลของน้ำมันเพื่อการนำไปใช้งานได้ง่ายและสะดวกขึ้น โดยเฉพาะการผัดและทอดซึ่งไม่ควรใช้ความร้อนมาก หรือของทอดต่างๆ ที่ต้องใช้ความร้อนสูง หากเราใช้น้ำมันไม่เหมาะสมก็อาจเป็นบ่อเกิดของโรคร้ายอย่างโรคหัวใจ โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคมะเร็ง โรคอ้วน เป็นต้น เนื่องจากน้ำมันแต่ละชนิดมีจุดเกิดควันต่ำและสูงแตกต่างกันไป ดังนั้น จึงนำมาสู่การผลิตน้ำมันผสมทางเลือกใหม่ของการดูแลสุขภาพในแบบฉบับ Emerald Oil ใครชอบของทอดแบบน้ำมันท่วมให้มองหา Emerald Oil ฉลากสีแดง สูตรสำหรับทอด Deep Frying Blend น้ำมันผสมระหว่างน้ำมันปาล์มโอเลอินกับน้ำมันถั่วเหลือง จึงมีคุณสมบัติช่วยลดกรดไขมันอิ่มตัวลง 40% มีจุดเกิดควันสูง สามารถทนความร้อนได้มาก อุดมด้วยวิตามินอีถึง 20% ซึ่งเพียงพอกับความต้องการของร่างกายใน 1 วัน แต่ถ้าเป็นการผัดและทอดอาหารทั่วไปต้องเลือก Emerald Oil ฉลากสีน้ำตาล สูตรสำหรับทอดและผัด Nutri…

8 พฤติกรรม ทำประจำ “ต้นขาใหญ่” ได้นะสาวๆ

  ต้นขาใหญ่มาจากกรรมพันธุ์? คำตอบคือ ไม่ใช่ทั้งหมด…สาวๆ บางคนรูปร่างเล็ก ผอมๆ แต่มีปัญหาช่วงล่างใหญ่ ต้นขาใหญ่ เพราะมีไขมันสะสมบริเวณต้นขา สะโพกมาก ซึ่งหากจะลด ก็ถือว่ายากพอสมควร (ยากพอๆ กับลดพุง) และที่สาวๆ ยังไม่รู้คือ พฤติกรรมบางอย่างที่เราทำประจำ ล้วนเป็นที่มาของ “ต้นขาใหญ่” แบบไม่รู้ตัว ชักอยากรู้แล้วสิว่า พฤติกรรมอะไรบ้างที่ทำให้ต้นขาใหญ่ อย่ารอช้า รีบไปรู้แบบด่วนจี๋กันเลย 1. ทานอาหารรสจัด โดยส่วนใหญ่อาหารรสจัด ทั้งหวาน เปรี้ยว เผ็ด ล้วนกลบรสเค็ม ที่ซ่อนเอาไว้ และเจ้าโซเดียมรสเค็มนี่แหละที่ทำให้เกิดการอุ้มน้ำไว้ภายในเนื้อเยื่อ ใต้ผิว ตัวการที่ทำให้ขาเผละๆ ใหญ่ๆ 2. อาหารแคลอรีสูง โดยเฉพาะของทอด อันนี้ไม่บอกก็รู้ว่า น้ำมันทั้งนั้น กินแล้วก็ไปสะสมตรงพุง ต้นขา สะโพก ไม่เอาออกก็ถูกสะสมจนเป็นไขมันไงหล่ะ 3. ดื่มน้ำน้อยในแต่ละวัน เพราะหากขาดน้ำ ระบบเผาผลาญและการขับของเสียทำงานได้ไม่ดี ไขมันตามต้นขา สะโพกก็เบิร์นออกไม่ได้ แม้จะออกกำลังกายก็ตาม 4. นั่งไขว่ห้างเป็นประจำ รวมถึงการยกขาวางไว้บนโต๊ะด้วย…

ทานข้าวอิ่มๆ ห้ามเสี่ยงทำ 9 สิ่งนี้ เพราะอะไร?

  เคยได้ยินอยู่เหมือนกันว่า ห้ามอาบน้ำหลังกินข้าวเสร็จ ห้ามออกกำลังกาย และห้ามนอน แต่ให้เดินย่อย….แต่ ก็ไม่รู้เหตุผลที่แท้จริงว่า ห้ามเพราะอะไร ทำให้เสียสุขภาพอย่างไร? และมีสิ่งอื่นๆ อีกไหมที่ห้ามทำหลังกินข้าวอิ่มๆ….วันนี้ ได้รู้คำตอบ พร้อมคำอธิบาย เลยร้อง อ๋อ…เป็นแบบนี้นี่เอง งั้นคราวต่อไป ต้องงดซะแล้ว….จะมีอะไรกันบ้าง ลองดูกันเลยค่ะ 9 สิ่ง ควรเลี่ยง ห้ามทำหลังทานข้าวเสร็จ 1. อาบน้ำหลังจากกินอาหารอิ่ม เพราะการอาบน้ำจะไปทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานผิดปกติ ย่อยอาหารได้ไม่ดี เนื่องจากการอาบน้ำมีผลกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด และรบกวนบริเวณท้อง 2. กินผลไม้ตามทันที อันนี้ทำเป็นประจำ ตามความคุ้นเคย เพราะกินของคาวแล้ว ก็อยากจะมีของหวาน หรืออะไรตบท้าย ล้างปากซะหน่อย ไม่งั้นรู้สึกไม่อิ่ม แต่นี่เป็นสิ่งที่ผิด  และไม่ดีเลย เพราะเมื่ออาหารยังย่อยไม่เสร็จ แต่มีผลไม้เข้าไป ก็จะเกิดการหมักหมม ทำให้เกิดท้องอืด ท้องเฟ้อ มีลมในกระเพาะอาหาได้ 3. อิ่มปุ๊บก็นอนปั๊บ แม้จะเป็นการนอนเล่นๆ นอนดูทีวี ก็ไม่ได้ เพราะการนอนจะทำให้ลำไส้ไม่สารถย่อยอาหารได้สะดวก และส่งผลทำให้เกิดโรคกรดไหลย้อนได้อีกด้วย 4. กินอิ่มปุ๊บทำงานปั๊บ สำหรับคนขยัน…